Ads 468x60px

.

Sample Text

Sample text

Introduction

Social Icons

Blogroll

About

Blogger templates

Blogger news

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

HMS Hood เรือรบที่ดังที่สุดในอังกฤษ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

เอชเอ็มเอส ฮู้ด (51)
HMS Hood (51)
     เรือที่ชาวอังกฤษภูมิใจมากจนถึงกับตั้งฉายาให้เป็น "ฮู้ดผู้ทรงอำนาจ" ( Mighty Hood ) นี้คือเรือธงลำสำคัญของอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ถึงแม้เรือจะไม่ใช้ เรือประจัญบานที่ส่วนมากมักจะได้เป็นเรือธง ส่วนเรือลำนี้เป็นเพียง เรือลาดตระเวนประจัญบาน  ( battlecruiser )  เท่านั้นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามขนาดของเรือลำนี้ ก็เป็นตัวบอกได้ดีถึง ขนาดที่เทียบเท่าเรือประจัญบานเลย ด้วยเหตุนี้เอง เอชเอ็มเอส   ฮู้ด จึงเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มาดูความยิ่งใหญ่ของเรือลำนี้กันเถอะ
     เอชเอ็มเอส ฮู้ด ( HMS Hood ) คือ เรือลาดตระเวนประจัญบานลำสุดท้ายของกองทัพเรือหลวงอังกฤษและยังเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
     เรือได้ถูกสั่งให้ต่อขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1916 โดยบริษัทจอห์น บราวด์ แอนด์ คอมพานี ( John Brown & Company ) จนต่อเสร็จในวันที่ 22 สิงหาคม 1918 ใช้เวลาสร้างเพียง 2 ปี และได้รับคำสั่งปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1920
     สำหรับ "ฮู้ด" มาจาก ผู้บัญชาการเรือคนสำคัญในสมัยสงครามปฏิวัติอเมริกัน และ สงครามปฏิวัติฝรั่งเศส นามว่า ซามูเอล ฮู้ด ( Samuel Hood )  
เอชเอ็มเอส ฮู้ด ที่คลองปานามา ในเดือนกรกฏาคม 1924 
     เอชเอ็มเอส ฮู้ด เป็นหนึ่งใน 4 เรือลาดตระเวนประจัญบานชั้นแอดมิรอล แต่เรือชั้นนี้ก็ไม่สามารถผลิต 4 ลำตามที่วางไว้ได้ จึงมี ฮู้ด เพียงลำเดียวที่สามารถสร้างเสร็จ เพราะข้อจำกัดทางการออกแบบหลายอย่าง ซึ่งสมัยนั้นอยู่ในช่วงสงครามพอดี จึงเป็นปัญหาต่อการพัฒนาเรือ จนภายหลังสงครามที่จุ๊ตแลนด์ ปี 1916 ช่วงเดียวกับ ตอนที่ขณะสร้างเรือพอดี ก็ได้มีการพัฒนาหลายส่วน จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรือลำนี้เป็นเรือเพียงชั้นเดียวที่สร้างเสร็จ
     ฮู้ด ได้เกียรติเป็นเรือธงให้กับศึกหลายครั้ง นับตั้งแต่ 1920 จนถึงครั้งสุดท้ายของเรือในปี 1939 ฮู้ด ได้ใช้เป็นเรือฝึกของเหล่าทหารเรืออังกฤษ และที่สำคัญ คือ ฮู้ด ได้รับเลือกให้แล่นรอบโลก ในระหว่างปี 1923-1924 ถึงแม้จะอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่เรือก็ได้ทำภารกิจร่วมรบ ระหว่างการเดินทางด้วย
     ฮู้ด ได้ไปประจำกองเรือเมดิเตอร์เรเนียน และได้เข้าร่วม สงครามอิตาลี-อะบิสซิเนียครั้งที่สอง ในช่วงท้ายๆของสงคราม รวมทั้งเข้าร่วมสงครามกลางเมืองสเปน  ก่อนที่จะกลับอังกฤษในปี 1939 เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม ส่งผลให้เรือ ฮู้ด มีประโยชน์ในการศึกขึ้นมาก ด้วยอาวุธใหม่ๆ แต่พอสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามา เรือก็ไม่ได้รับการปรับปรุงอีกเลย

ภาพสุดท้าย ของฮู้ด (ถ่ายไว้บนเรือ
ปริ๊นออฟเวลล์)
     ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเยอรมันนีประกาศสงครามกับอังกฤษ ฮู้ดก็ได้ออกปฏิบัติการบริเวณรอบเกาะไอซ์แลนด์ ต่อจากนั้น ฮู้ด ก็ได้ใช้เวลาหลายเดือนในการปิดทะเลนอร์วีเจียน เพื่อสกัดกองเรือทั้งหมดของเยอรมันนี รวมถึงเข้าปิดล้อมการคมนาคมทางน้ำของเยอรมันนี หลังจากนั้น ฮู้ด ก็ได้เป็นเรือธงของ กองกำลัง ฟอร์ซ เอช ( Force H ) และได้มีส่วนร่วมในการปฎิบัติการโจมตีทัพเรือวีชีฝรั่งเศสที่ Mers-el-Kébir จนได้รับชัยชนะอย่างราบคาบ
     ในวันที่ 24 พฤษภาคม 1941 เรือฮู้ด เรือประจัญบานปริ๊นซ์ออฟเวลล์ พร้อมกับกองเรืออังกฤษ ได้ปะทะกับเรือรบเยอรมัน 2 ลำ คือเรือลาดตะเวนหนักพริ๊นซ์เออเก็น และ เรือประจัญบานบิสมาร์ก และในที่สุดผลของสงครามก็ได้ทำให้เกิดการสูญเสียขึ้น เอชเอ็มเอส ฮู้ด เสียท่าให้กับเยอรมัน และจมลงไปในที่สุด พร้อมกับลูกเรือกว่า 1,428 นาย ข่าวการจมลงของ ฮู้ด ได้แพร่กระจายไปตามหนังสือพิมพ์ รวมถึงนิตยสารมากมายของอังกฤษ จนทำให้ผู้นำระดับสูงของอังกฤษสั่งไล่ล่า บิสมาร์ก ทำให้บิสมาร์ก ในอีก 3 วันต่อมาก็ต้องพบชะตาเดียวกับ ฮู้ด นั่นเอง และนั่น จึงกล่าวได้ว่าเป็นการจบลงที่สมเกียรติที่สุดสำหรับเรือธงที่คู่กองเรือหลวงอังกฤษ มามากกว่า 19 ปี.



ลักษณะจำเพาะ

  • ขนาด (ระวางขับน้ำ) : 46,680 ตัน
  • ความยาว : 262.3 เมตร
  • ความกว้าง : 31.8 เมตร
  • กินน้ำลึก : 9.8 เมตร
  • ความเร็วเต็มที่ : 28 น็อต (52 กม./ชม.)
  • บรรจุทหาร : 1,325 นาย  
 
บลูปริ้น ฮู้ด
 
 
อาวุธประจำ ฮู้ด 
  • ปืนใหญ่ขนาด 381 มม. (15 นิ้ว) ชนิด 2 กระบอก จำนวน 4 ป้อม
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน QF ขนาด 4 นิ้ว  14 กระบอก
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน QF ขนาด 2 นิ้ว  24 กระบอก
  • ปืนกลวิกเกอรส์ .50 จำนวน 20 กระบอก
  • เครื่องยิงจรวดระยะสั้น จำนวน 100 กระบอก 
  • ท่อยิงตอร์ปิโดร์ จำนวน 4 กระบอก

อ้างอิง
 
 
























ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น