Ads 468x60px

.

Sample Text

Sample text

Introduction

Social Icons

Blogroll

About

Blogger templates

Blogger news

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

HMS Vanguard เรือรบที่มีค่าที่สุดของอังกฤษ

เอชเอ็มเอส แวนการ์ด (23)
HMS Vanguard (23)
     เรือลำนี้ คือเรือที่มีราคาที่สุดในอังกฤษ ที่กล่าวว่ามีราคานั้น ไม่ได้หมายถึงมูลค่าทรัพย์สินอย่างเดียว แต่มันรวมถึง ขนาดที่ใหญ่ที่สุด มีน้ำหนักมากที่สุด วิ่งเร็วที่สุด และราคาแพงที่สุดของกองทัพอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังเป็นเรือประจัญบานลำสุดท้ายของอังกฤษอีกด้วย นี้แหละคือ ความมีค่าอย่างแท้จริงของอังกฤษ ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นเจ้าของเกือบทุกสถิติของกองทัพเรืออังกฤษ เลยก็ว่าได้ ไปรับชมเรือลำนี้ กันเถอะ
     เอชเอ็มเอส แวนการ์ด ( HMS Vanguard ) คือ เรือประจัญบานแห่งกองทัพเรืออังกฤษ ซึ่งเป็นเรือเพียงลำเดียวในชั้น แวนการ์ด ที่สร้างสำเร็จ นอกจากนี้ แวนการ์ด ยังเป็นเจ้าของสถิติ เรือที่ใหญ่ที่สุด เร็วที่สุด มีน้ำหนักมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นเรือประจัญลำสุดท้ายแห่งทัพเรืออังกฤษ และเป็นเรือประจัญบานลำสุดท้ายของโลกที่สร้างเสร็จ อีกด้วย
แวนการ์ด ขณะเทียบท่า
    เรือได้รับการต่อขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1941 โดยบริษัทจอห์นบาวน์แอนด์คอมพานี และบริษัทไคลด์แบงค์ ของสกอตแลนด์  เรือได้ถูกออกแบบมาก่อน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว เนื่องจากการคาดการณ์ของทางฝั่งอังกฤษ ที่คิดว่าเยอรมันกับญี่ปุ่นต้องก่อสงครามขึ้นแน่ ด้วยสาเหตุการต่อเรือที่ลำใหญ่กันมาก ในทศวรรษที่ 1940 โดยอังกฤษใช้ชื่อ ชั้นเรือที่ออกแบบนี้ว่า ชั้นไลออน ซึ่งต้องการทำให้ได้ 6 ลำ และต้องเสร็จก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ต้องยกเลิกไปหมด จึงเป็นผลส่งมายังเรือลำนี้ ทำให้เรือลำนี้สร้างเสร็จ แต่ก็เสร็จเมื่อตอนเข้าปลายสงครามพอดี คือ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 1944 ถึงอย่างไรก็ตาม ที่สร้างเสร็จได้ก็เพราะยังมีชิ้นส่วนที่เหลือค้างอยู่ในโกดัง รวมถึงยังมีอาวุธที่สามารถติดตั้งกับเรือลำนี้ได้อยู่ พอที่จะทำได้ แต่ก็สร้างแบบหยุดๆ ไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากสงครามโลก ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบเรือลำนี้ก็ได้เปลี่ยนแบบหลายครั้งหลายครา จนมาลงตัวกับเรือลำนี้ กลายเป็นเรือที่ใช้งบสร้างสูงถึง £11,530,503 (ในสมัยนั้น) หรือประมาณ 576,525,150 บาท เลยทีเดียว ส่วนคำปฏิบัติงาน ก็เป็นช่วงหลังสงครามแล้ว คือในวันที่ 12 พฤษภาคม 1946
     แวนการ์ด ได้เข้าร่วมภารกิจแรก ด้วยการทดสอบทางทะเล ( Sea trial ) ในช่วงสุดท้ายของปี 1946 ในปีถัดมา ก็ได้เป็นเรือที่ พระเจ้าจอร์จที่ 6 แห่งอังกฤษและครอบครัว ใช้เป็นที่ประทับ เพื่อเสด็จไปประพาสที่ แอฟริกาใต้ และขณะเรืออยู่ที่นั่นก็ได้ปรับปรุงเล็กน้อย จนต่อมาเรือได้รับคัดเลือก ให้เป็นเรือที่ประทับ เพื่อเสด็จไปประพาสยังออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ในปี 1948 แต่ก็ได้ถูกยกเลิกไป เนื่องจากสุขภาพของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ไม่ค่อยดี
     ในช่วงต้นปี 1949 แวนการ์ดได้เป็นเรือธง ประจำกองเรือเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากนั้นก็ได้กลับไปซ่อมแซมที่อังกฤษ ในช่วงกลางปี 1949 และต่อมาก็ได้กลายเป็นเรือธงประจำกองเรือ โฮมฟรีต ( Home Fleet ) แห่งกองเรือหลวงอังกฤษ ซึ่งเป็นกองเรือฝึก ตลอดการใช้งานของเรือลำนี้ แวนการ์ดได้รับหน้าที่ เป็นเรือธงเสมอ 
     ในช่วงกลางปี 1950 แวนการ์ด ได้เป็นหนึ่งในเรือที่ใช้ฝึกร่วมแห่งกองกำลัง นาโต้ ( NATO ) ในปี 1953 เรือได้เป็นเรือที่ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เข้าเยี่ยมชม ตามประเพณีอังกฤษ ที่เรียกว่า Fleet Review นับว่าเป็นการจัดขึ้น เป็นครั้งแรกภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 
     แวนการ์ด ได้ปลดประจำการลง ในวันที่ 7 มิถุนายน 1960 และในปีเดียวกันนี้เอง เรือก็ได้ถูกชำแหละลงไป ส่วนเศษเหล็กที่เหลือก็ถูกขายออกไป เป็นการปิดตำนานเรือประจัญบานลำสุดท้ายที่สร้างเสร็จ รวมถึงเป็นการปิดตำนานเรือที่มีค่ามากที่สุดแห่งอังกฤษ.  



ลักษณะจำเพาะ

  • ขนาด (ระวางขับน้ำ) : 44,200 ตัน
  • ความยาว : 248.2 เมตร
  • ความกว้าง : 32.9 เมตร
  • กินน้ำลึก : 11 เมตร
  • ความเร็วเต็มที่ : 30 น็อต (56 กม./ชม.)
  • บรรจุทหาร : 1,975 นาย  
 
 
บลูปริ้น แวนการ์ด
 
 
อาวุธประจำ แวนการ์ด 
  • ปืนใหญ่ขนาด 340 มม. (13.5 นิ้ว) ชนิด 2 กระบอก จำนวน 4 ป้อม
  • ปืนใหญ่ QF ขนาด 5.25 นิ้ว จำนวน 16 กระบอก
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานโบเฟอรส์ ขนาด 40 มม. ชนิด 6 กระบอก จำนวน 10 แท่นยิง
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานโบเฟอรส์ ขนาด 40 มม. ชนิด 2 กระบอก จำนวน 1 แท่นยิง
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานโบเฟอรส์ ขนาด 40 มม.  ชนิด 1 กระบอก จำนวน 11 แท่นยิง

อ้างอิง




   
 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น