Ads 468x60px

.

Sample Text

Sample text

Introduction

Social Icons

Blogroll

About

Blogger templates

Blogger news

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Yamato เรือประจัญบานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ญี่ปุ่นเคยสร้างมา

เรือประจัญบานยะมะโตะ
Japanese Battleship Yamato
   เรือประจัญบานยะมะโตะ คือเครื่องยืนยันความยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ไม่ได้พึ่งใคร ทั้งๆที่ ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก ภูมิประเทศญี่ปุ่นไม่ได้เอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนา แต่คนในภูมิภาคนี้ เขาร่วมใจกันพัฒนามันขึ้นมา ถึงแม้จะมีอุปสรรคจากธรรมชาติก็ตาม นับเป็นการลบคำสบประหม่าต่อธรรมชาติได้ดีอย่างหนึ่ง และเรือประจัญบานลำนี้ก็คือ เครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ ได้เป็นอย่างดี ที่ญี่ปุ่นสามารถสร้างให้มีขนาดใหญ่กว่าเรือจากชาติตะวันตกได้ นี้จึงเป็นการลบคำสบประหม่าที่ชาวตะวันตกชอบนินทา ชาวเอเซียว่าล้าหลัง และมักตกเป็นอาณานิคมของชาวตะวันตกเสมอๆ เรือลำนี้จึงเป็นการสร้างหน้าให้กับคนญี่ปุ่น รวมถึงชาวเอเซียด้วย ว่าเราก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน ไปสัมผัสบรรยากาศเรือลำนี้กันเถอะ
ยะมะโตะ ขณะกำลังก่อสร้างที่ท่าเรือ
     เรือประจัญบานยะมะโตะ ( Japanese battleship Yamato ) คือเรือประจัญบานชั้นยะมะโตะ ในสมัยสงครามโลกคร้ังที่ 2 ซึ่งมีเพียง 2 ลำ โดยมีเรืออีกลำหนึ่งชื่อว่า มูซาชิ ซึ่งเป็นเรือแฝดอีกลำเช่นเดียวกัน ด้วยการที่ชื่อชั้นเรือนั้นตรงกับเรือลำนี้ บวกกับขนาดที่ใหญ่กว่า มูซาชิ เล็กน้อย และรวมถึงสร้างเสร็จก่อน จึงทำให้เรือยะมะโตะ เป็นเรือแม่ของชั้นนี้
     คำว่า "ยะมะโตะ" มาจาก จังหวัดโบราณแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ในปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น จังหวัดนะระ  
     เรือยะมะโตะ และมูซาชิ คือเรือที่มีน้ำหนักมากที่สุด ใหญ่ที่สุด และมีอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่ญี่ปุ่นเคยสร้างมา และเท่าที่โลกนี้เคยมีมาด้วย แต่ทั้งคู่ก็ต้องพบจุดจบเดียวกันหมด คือถูกจมลงในสงคราม
     เรือได้รับการต่อขึ้นอย่างลับๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สายสืบของต่างชาติเข้าพบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐอเมริกา ความลับสุดยอดของเรือสามารถสังเกตได้จากรูปภาพของเรือลำนี้ ที่นับว่าหาดูได้ยากมาก ถึงแม้เรือจะยิ่งใหญ่แต่ภาพเกี่ยวกับเรือลำนี้นับว่าน้อยมาก เรือยะมะโตะได้ต่อขึ้นที่ อู่ทหารเรือคุเระ เมืองฮิโระชิมะ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 1937  จนเสร็จในวันที่ 8 สิงหาคม 1940 และได้รับคำสั่งปฏิบัติการเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1941 ภายหลังการโจมตีเพิร์ล ฮาเบอร์ ที่ฮาวายได้ 1 อาทิตย์ โดยมี พลเรือโท มิยะซะโตะ ชุโตะกุ (Miyazato Shutoku) เป็นผู้บังคับการเรือ
      เรือประจัญบานยะมะโตะ ได้รับการออกแบบมาเพื่อเผชิญหน้ากับ กองเรือขนาดใหญ่ของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรือประจัญบานทั้งหลายที่สหรัฐมี เรือยะมะโตะจึงออกแบบด้วยการติดตั้งปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เรือรบเคยติดตั้งมา ด้วยขนาดลำกล้องถึง 460 มม. หรือประมาณ 18 นิ้ว เลยทีเดียว
      ตลอดปี 1942 ยะมะโตะรับหน้าที่ เป็นเรือธงแห่งกองทัพเรือผสม ญี่ปุ่น ( Japanese Combined Fleet ) มาโดยตลอด ภายใต้บัญชาการของ พลเอก อิโซะโระกุ ยะมะโมะโตะ ผู้บัญชาการกองเรือผสม ในยุทธนาวีมิดเวย์ ต่อจากนั้นในช่วงต้นปี 1943 ก็ได้เปลี่ยนให้เรือ มูซาชิ มาเป็นเรือธงแทน ส่วนยะมะโตะ ก็ได้ใช้เวลาที่เหลือ และอย่างมากในปี 1944 เพื่อแล่นบริเวณ เกาะทรุค ( Truk ) และ เกาะเคียว ( Kure )  ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือญี่ปุ่น เพื่อเข้ายับยั้งการรุกรานของสหรัฐที่เริ่มรุกเข้ามา และยะมะโตะก็ได้เข้าไปอยู่ ในยุทธนาวีทะเลฟิลิปปิน ด้วย แต่ก็ได้ยกเลิกไปเมื่อมีข่าวว่า เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐอเมริกาเข้าโจมตีหมู่เกาะมาเรียนา จึงถอยกลับไป
      นับได้ว่าเกือบทุกๆ ยุทธนาวี ได้แก่ ยุทธนาวีทะเลฟิลิปปิน, ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต, ยุทธนาวีทะเลซิบูยัน, ยุทธนาวีปิดฉากที่ซามาร์ และปฏิบัติการสุดท้ายของยะมะโตะ คือ ปฏิบัติการเท็งโง ยะมะโตะ ได้ใช้ปืนใหญ่หลักขนาด 460 มม. เพียงครั้งเดียวเอง คือใช้ยิงทัพสหรัฐที่บุกเข้ามายังฟิลิปปินส์ ในระหว่าง ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต ช่วงเดือนตุลาคม 1944 เรือยะมะโตะ ทำหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นเพียงศูนย์กลางของกองเรือเพื่อการวางแผนเท่านั้นเอง

ยะมะโตะขณะถูกโจมตี โดยตอร์ปิโดร์
     ในวันที่ 7 เมษายน 1945 เรือประจัญบานยะมะโตะ พร้อมกับเรือรบ 9 ลำ และเครื่องบินมากกว่า 115 ลำ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการเท็งโง ( Operation Ten-Go ) นับเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งสุดท้ายในการปฏิบัติการทางทะเลของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกคร้ังที่ 2 กับกองกำลังเฉพาะกิจที่ 58 ของสหรัฐ ซึ่งมีกำลังทั้งเรือและเครื่องบินมากกว่าหลายเท่าของทัพเรือยะมะโตะ การศึกคร้ังนี้ ญี่ปุ่น ใกล้จนมุมแล้ว ถ้าศึกครั้งนี้ญี่ปุ่นแพ้ ก็ถือว่าเป็นจุดจบของญี่ปุ่นด้วย ญี่ปุ่นจึงใช้วิธีคามิกาเซ่ต่อกองเรือสหรัฐทั้งหมด ผลของศึกก็เป็นไปตามคาด ว่า ญี่ปุ่น ต้องแพ้ยับเยิน นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมาก 
      เวลา 12.37 เรือประจัญบานยะมะโตะเริ่มถูกโจมตีโดยทัพอากาศของสหรัฐ ที่ใช้วิธีการทิ้งตอร์ปิโดร์และทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน โดยระเบิดสามารถเข้าเป้าถึง 6 ลูก และ ตอร์ปิโดร์สามารถเข้าเป้าได้ ประมาณ 4 ถึง 7 ลูก โดยตอปิโดร์ลูกหนึ่งโดนห้องหม้อน้ำ ซึ่งใกล้กับห้องเครื่องพอดี ส่วนลูกอื่นๆ ก็โดนรอบๆ เรือ จนในที่สุดเรือก็เอียง และในเวลา 14.23 เรือ ยะมะโตะก็ระเบิดลงในที่สุด เกิดเป็นควันรูปเห็ดสูงถึง 6 กม. ( ตามภาพ ) และ สามารถมองออกไปได้ไกลกว่า 160 กม. มีผู้เสียชีวิตประมาณการได้ที่ 2,055 นาย จากทั้งหมด 2,332 นาย นับรวมถึงผู้บัญชาการเรือยะมะโตะในครั้งนี้ เซอิชิ อิโตะ ( Seiichi Itō ) ด้วย
      ถึงแม้เรือยะมะโตะ จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน เมื่อพูดถึงขนาดและอาวุธที่ติดตั้งบนเรือ นับเป็นที่ 1 ของโลก แต่ก็ไม่สามารถหนีชะตาการสิ้นสุดลงได้ เรือยะมะโตะที่ยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่ได้ใช้งานให้เต็มที่มากนัก เพราะผู้บัญชาการเรือ กลัวว่าเรือจะเสียหาย กลัวจะไม่ได้ชัยชนะสมชื่อ เรือหลวง ( เรือประจัญบานส่วนใหญ่มักได้รับชัย ) ด้วยเหตุนี้เอง เรือยะมะโตะจึงหลีกเลี่ยงสงครามอยู่บ่อยครั้ง การติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 460 มม. เพื่อต่อกรกับเรือประจัญบานของสหรัฐ จึงดูไร้ค่าลงทันที แถมการจมของเรือก็นับว่าไม่สวยเอาเลย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เรือประจัญบานยะมะโตะ ก็ยังถือว่า เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นในตอนที่เรือยังอยู่ และเป็นสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในตอนที่เสียเรือไป นี้แหละคือ สุดยอดเรือของญี่ปุ่น ไม่สามารถหาเรือลำไหนๆ ที่ญี่ปุ่นเคยมี มาเปรียบกับเรือลำนี้ได้เลย.


ลักษณะจำเพาะ



  • ขนาด (ระวางขับน้ำ) : 71,659 ตัน
  • ความยาว : 263 เมตร
  • ความกว้าง : 38.9 เมตร
  • กินน้ำลึก : 11 เมตร
  • ความเร็วเต็มที่ : 27 น็อต (50 กม./ชม.)
  • บรรจุทหาร : 2,500 - 2,800 นาย  




บลูปริ้น ยะมะโตะ
อาวุธประจำ ยะมะโตะ 
  • ปืนใหญ่ขนาด 460 มม. (18.1 นิ้ว) ชนิด 3 กระบอก จำนวน 3 ป้อม
  • ปืนใหญ่ขนาด 155 มม. (6.1 นิ้ว) ชนิด 4 กระบอก จำนวน 3 ป้อม
  • ปืนใหญ่ขนาด 127 มม. (5.0 นิ้ว)  24 กระบอก
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานขนาด 25 มม. (1.5 นิ้ว)  162 กระบอก
  • ปืนกลต่อต้านอากาศยานขนาด 13.2 มม. (0.79 นิ้ว)  4 กระบอก

อ้างอิง
 
 
 
 
 

 



      








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น