Ads 468x60px

.

Sample Text

Sample text

Introduction

Social Icons

Blogroll

About

Blogger templates

Blogger news

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การกำหนดหมายเลขเรือรบไทย

หมายเลขเรือ ( Hull Number )     
      หมายเลขตัวเรือ (Hull number) จะถูกเขียนไว้ที่หัวเรือ (ในเรือดำน้ำ หมายเลขตัวเรือจะเขียนไว้บริเวณหอกล้องตาเรือ หมายเลขตัวเรือจะช่วยยืนยันรูปพรรณของเรือ คำนี้ใช้อีกอย่างหนึ่งได้ว่า "bow number"

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ใช้รหัสว่า 911 หมายความว่า
เป็นเรือประเภท เรือบรรทุกเครื่องบิน ลำแรกของชั้น เป็นเรือลำแรกที่สร้างเสร็จ และปล่อยลงน้ำก่อน

หมายเลขหลักที่ 1 แสดงประเภทของเรือ

มี 9 ประเภท เรียงตามหมายเลข ได้แก่
  1. เรือบัญชาการและสนับสนุนการยกพลขึ้นบก (amphibious command and support ship)
  2. เรือดำน้ำ ( submarine )
  3. เรือเร็วโจมตี ( fast attack craft)
  4. เรือพิฆาต เรือฟริเกต และเรือคอร์เวต ( destroyer, frigate and corvette )
  5. เรือตรวจการณ์ (patrol vessel)
  6. เรือสงครามทุ่นระเบิด (mine ship)
  7. เรือยกพลขึ้นบก (landing ship)
  8. เรืออุทกศาสตร์ เรือช่วยรบ และเรือประเภทอื่นๆ
  9. เรือบรรทุก เครื่องบิน/เฮลิคอปเตอร์ (aircraft/helicopter carrier)
หมายเลขหลักที่ 2 แสดงชั้นของเรือ

   โดยนับจากลำดับเรือที่ต่อเสร็จและปล่อยลงน้ำก่อนของแต่ละชั้น เช่น เรือประจัญบานไอโอวา ซึ่งเป็นเรือลำแรกของชั้น ไอโอวา เป็นต้น ส่วนเรือที่มีชั้นใกล้เคียงกัน จะได้พิจารณารวมไว้ในชั้นเดียวกัน

หมายเลขหลักที่ 3 และ 4 แสดงลำดับที่ของเรือ

   โดยนับจากเรือที่ต่อเสร็จและปล่อยลงน้ำก่อน เริ่มจากลำดับที่ 1 เรียงต่อไปตามลำดับ ในกรณีที่มีเรือในชั้นเดียวกัน มีมากกว่า 9 ลำ หมายเลขเรือจะเพิ่มเป็น 4 ตัว


อ้างอิง
ดูเพิ่ม


การตั้งชื่อเรือรบไทย

แบ่งเป็น 8 ชนิด ดังนี้

  1. เรือพิฆาต ตั้งตามชื่อตัว ชื่อบรรดาศักดิ์ หรือชื่อสกุลของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษของชาติ เช่น เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย เรือหลวงนเรศวร เป็นต้น
  2.  เรือฟริเกต และเรือคอร์เนต ตั้งตามชื่อแม่น้ำ และลำน้ำสายสำคัญ เช่น เรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงบางปะกง เรือหลวงท่าจีน เป็นต้น
  3. เรือเร็วโจมตี แบ่งเป็น 2 ชนิดย่อยได้แก่
         3.1 เรือเร็วโจมตี (อาวุธนำวิถี) ตั้งตามชื่อเรือรบในทะเลในสมัยโบราณ ที่มีความหมาย เหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ เช่น เรือหลวงราชฤทธิ์ เรือหลวงวิทยาคม เรือหลวงอุดมเดช เป็นต้น
         3.2 เรือเร็วโจมตี (ปืน) และเรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโดร์) ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล เช่น เรือหลวงภูเก็ต เรือหลวงสงขลา เรือหลวงชลบุรี เป็นต้น

      4.   เรือดำน้ำ ตั้งตามชื่อผู้มีอิทธิฤกธิ์ ในนิยายหรือวรรณคดี เช่น เรือหลวงมัจฉานุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร เรือหลวงชายชุมพล เป็นต้น   
      5.  เรือทุ่นระเบิด ตั้งตามชื่อสมรภูมิที่สำคัญ เช่น เรือหลวงโพสามต้น เรือหลวงดอนเจดีย์ เรือหลวงลาดหญ้า เรือหลวงท่าดินแดง เรือหลวงบางแก้ว เป็นต้น
      6.   เรือยกพลขึ้นบก เรือลำเลียง และเรือลากจูง ตั้งตามชื่อเกาะ เรือหลวงสีชัง เรือหลวงสุรินทร์ เรือหลวงพระทอง เรือหลวงพงัน เรือหลวงลันดา เป็นต้น
     7.   เรือตรวจการณ์ (ปืน) ตั้งตามชื่อหัวเมืองชายทะเล เช่น เรือหลวงหัวหิน เรือหลวงแกลง เรือหลวงศรีราชา เรือหลวงตากใบ เป็นต้น
      8.   เรือตรวจการณ์ (ปราบเรือดำน้ำ) ตั้งตามชื่อเรือรบในลำน้ำ สมัยโบราณ ที่มีความหมาย เหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้นๆ เช่น เรือหลวงคำรณสินธ์ เรือหลวงทยานชล เรือหลวงล่องลน เป็นต้น
       9.   เรือสำรวจ ตั้งตามชื่อดาวที่สำคัญ เช่น เรือหลวงสุริยะ เรือหลวงจันทร เรือหลวงศุกร์ เป็นต้น
     10.  เรือหน้าที่พิเศษ ตั้งชื่อด้วยถ้อยคำที่มีความหมาย เหมาะสมแก่หน้าที่ ของเรือนั้นๆ

ดูเพิ่ม


วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ยศทหารไทย

ยศชั้นทางทหารแบ่งเป็น 2 ชั้น ได้แก่
  • ชั้นสัญบัตร : ตั้งแต่ระดับร้อยตรีขึ้นไป
  • ชั้นประทวน : ตั้งแต่ระดับนายสิบขึ้นไป  


ยศชั้นประทวน


ทหารบก
  • เริ่มนับจากยศต่ำสุด คือ สิบตรี สิบโท สิบเอก สัญลักษณ์เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง หรือไหมทอง มุมบั้งปลายแหลมเล็ก เหนือบั้งมีจักร ภายใต้พระมหามงกุฎ นับบั้งจาก 1, 2 และ 3 ตามระดับ ตรี โท เอก
  • ระดับ จ่านายสิบ ได้แก่ จ่าสิบตรี จ่าสิบโท จ่าสิบเอก ใช้บั้งหางนกแซงแซว มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอ และให้มีขีดวางตามขวางของอินทรธนูติดกับปลายบั้ง นับบั้งจาก 1, 2 และ 3 ตามระดับ ตรี โท เอก
ทหารเรือ
  • เริ่มนับจากยศต่ำสุด คือ จ่าตรี จ่าโท จ่าเอก สัญลักษณ์เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบไหมสีน้ำเงิน มุมบั้งปลายแหลมเล็ก นับบั้งจาก 1, 2 และ 3 ตามระดับ ตรี โท เอก
  • ระดับ จ่านายสิบ ได้แก่ พันจ่าตรี พันจ่าโท พันจ่าเอก ใช้บั้งหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอ และให้มีขีดวางตามขวางของอินทรธนูติดกับปลายบั้ง นับบั้งจาก 1, 2 และ 3 ตามระดับ ตรี โท เอก
**หมายเหตุ บางครั้งที่อินทรนูระดับ พันจ่าตรี เหนือบั้งมีรูปธงไขว้ 2 ผืน พันจ่าโท เหนือบั้งมีรูปพวงมาลัยเรือ  พันจ่าเอก เหนือบั้งมีรูปปืนไขว้ 2 กระบอก**



ทหารอากาศ

  • เริ่มนับจากยศต่ำสุด คือ จ่าอากาศตรี จ่าอากาศโท จ่าอากาศเอก สัญลักษณ์เป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง มุมบั้งปลายแหลมเล็ก เหนือบั้งมีดาวสีเหลือง นับบั้งจาก 1, 2 และ 3 ตามระดับ ตรี โท เอก 
  • ระดับ จ่านายสิบ ได้แก่ พันจ่าอากาศตรี พันจ่าอากาศโท พันจ่าอากาศเอก ใช้บั้งหางนกแซงแซว มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอ และให้มีขีดวางตามขวางของอินทรธนูติดกับปลายบั้ง เหนือบั้งมีดาวสีเหลือง นับบั้งจาก 1, 2 และ 3 ตามระดับ ตรี โท เอก



ยศชั้นสัญญาบัตร

ทหารบก
  • ระดับนายร้อย เป็นรูปดาว 5 กลีบ ทำด้วยโลหะทองประดับบนอินทรธนูทั้ง 2 ข้าง ประกอบด้วย ร้อยตรี 1 ดาว ร้อยโท 2 ดาว ร้อยเอก 3 ดาว
  • ระดับนายพัน เป็นรูปดาว 5 กลีบ และมีพระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทองประดับบนอินทรธนู โดยมีพระมหามงกุฎครองดาว และยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ ประกอบด้วย พันตรี 1 ดาว พันโท 2 ดาว พันเอก 3 ดาว
** หมายเหตุ พันเอก (พิเศษ) มี 3 ดาว ที่ปกคอเสื้อทั้ง 2 ข้างมีรูปคทาไขว้ช่อชัยพฤกษ์รองรับ
  • ระดับนายพล เป็นรูปดาว 5 กลีบ และมีพระมหามงกุฎและช่อชัยพฤกษ์ทำด้วยโลหะสีทองประดับบนอินทรธนู โดยมีพระมหามงกุฎครองดาว และยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ ส่วนช่อชัยพฤกษ์รองรับอยู่ด้านล่างดวงดาวดวงสุดท้าย ประกอบด้วย พลตรี 2 ดาว พลโท 3 ดาว พลเอก 4 ดาว 
** หมายเหตุ เหตุที่พลตรีมี 2 ดาวก็เพราะในอดีตมีพลจัตวาด้วย ดังนั้น ยศพลตรีจึงมี 2 ดาวไม่แปลก ส่วนระดับจอมพล มี 5 ดาว และแตกต่างที่สายยงยศ
 
ทหารอากาศ
  • ระดับนายร้อย เป็นรูปขีดแนวนอน ด้านบนเป็นรูปดาว ประกอบด้วย เรืออากาศตรี 1 ขีด (ขีดหนา) เรืออากาศโท 2 ขีด (ขีดหนาบนขีดบาง) เรืออากาศเอก 3 ดาว (ขีดหนาบนขีดหนา)
  • ระดับนายพัน เป็นรูปขีดแนวนอน ด้านบนเป็นรูปดาว ประกอบด้วย นาวาอากาศตรี 3 ขีด (ขีดบางอยู่ระหว่างขีดหนาทั้ง 2 เรียงกัน) นาวาอากาศโท 3 ขีด (ขีดหนาทั้ง 3 ขีดเรียงกัน) นาวาอากาศเอก 4 ขีด (ขีดหนาทั้ง 4 ขีดเรียงกัน)
  • ระดับนายพล เป็นรูปดาว ประกอบด้วย พลอากาศตรี 2 ดวง พลอากาศโท 3 ดวง พลอากาศเอก 4 ดวง
 
ทหารเรือ
  • ระดับนายร้อย เป็นรูปขีดแนวนอน ด้านบนเป็นขดวงกลม ประกอบด้วย เรือตรี 1 ขีด เรือโท 2 ขีด (พื้นระหว่างขีดทั้ง 2 สีโปร่ง) เรือเอก 3 ดาว (พื้นระหว่างขีดทั้ง 2 สีทึบ)
  • ระดับนายพัน เป็นรูปขีดแนวนอน ด้านบนเป็นขดวงกลม ประกอบด้วย นาวาตรี 3 ขีด (พื้นระหว่างขีดทั้ง 3 สีโปร่ง) นาวาโท 3 ขีด (พื้นระหว่างขีดทั้ง 3 สีทึบ) นาวาเอก 4 ขีด (พื้นระหว่างขีดทั้ง สีทึบ) 
  • ระดับนายพล เป็นรูปกงจักร ประกอบด้วย พลเรือตรี 2 จักร พลเรือโท 3 จักร พลเรือเอก 4 จักร

** หมายเหตุ บางครั้งขีดกลางของ เรือโท กับ นาวาตรี จะมีขีดบางอยู่ด้านล่างขีดบนซึ่งเป็นขีดหนา ส่วนที่เหลือก็เป็นขีดหนาตามปกติ โดยที่ไม่มีสีทึบ กับ สีเบา มาใช้อีก