Ads 468x60px

.

Sample Text

Sample text

Introduction

Social Icons

Blogroll

About

Blogger templates

Blogger news

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

USS Enterprise เรือที่ได้รับแบทเทิลสตาร์มากที่สุดในกองทัพเรือสหรัฐ


ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์ (ซีวี-6)
USS Enterprise (CV-6)


    เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ กล่าวได้ว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดลำหนึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และนอกจากนี้ยังเป็นเรือรบที่ได้รับเหรียญแบทเทิลสตาร์ มากที่สุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึง 20 เหรียญ และมีคนเคยกล่าวไว้ว่า เรือลำนี้คือเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดลำหนึ่งของประวัติศาสตร์กองทัพเรือสหรัฐ คงอยากรู้แล้วล่ะสิว่า ความเป็นมาของเรือเป็นอย่างไร
       ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์ (USS Enterprise) เป็นเรือบรรทุกอากาศยานชั้น ยอร์กทาวน์ และเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 6 และลำที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐที่ใช้ชื่อ "USS Enterprise" มีฉายาว่า "บิ๊ก อี","ลักกี้ อี"," เดอะเกรย์โกสต์ " และ " เดอะ แกลโลปิง โกสต์" สร้างขึ้นในปี 1934 และนำไปใช้งานในวันที่ 12 พฤษภาคม 1938 
         เอนเทอร์ไพรซ์ เป็นหนึ่งในเรือรบ 14 ลำที่ มีสำนักข่าวภาคพื้นสนาม มีเรดาร์ส่งข้อมูล เป็นฐานปฏิบัติงาน
เอนเทอร์ไพรซ์ ในพฤศจิกายน ปี 1943

        ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์กำลังจะถูกญี่ปุ่นโจมตี เอนเทอร์ไพรซ์ได้กลับมาที่ โออาฮู ในตอนเช้าของวันที่ 7 ธันวาคม 1941 เอนเทอร์ไพรซ์ ได้ส่งเครื่องบินสอดแนมไปดู พบว่ากองอากาศที่ 6 ถูกโจมตีและกองเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ 6 ก็เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้เอนเทอร์ไพรซ์ก็ได้ เข้าไปช่วยเหลือโดยการส่งเสบียงและกองกำลังทางทหารที่ เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ในช่วงกลางคืนของวันที่ 8 และในวันรุ่งขึ้นเรือได้ปะทะกับกองทัพเรือญี่ปุ่นที่ เกาะฮาวาย สามารถทำลายเรือดำน้ำ I-70 ได้ไปหนึ่งลำ โดยที่เป็นเรือรบของสหรัฐเพียงลำเดียวในขณะนั้น ( ฉายเดี่ยว )
       หลังจากนั้นเอนเทอร์ไพรซ์ก็ ไปเข้าขบวนเรือรบเสริมสหรัฐ ไปที่ประเทศซามัวร์ ในวันที่ 11 ธันวาคม 1941 และตามหมู่เกาะแปซิฟิก จนเมื่อไปถึงเกาะมาร์แชล ก็ได้เกิการปะทะกัน จนมีเรือรบจมไป 3 ลำเสียหาย 8 ลำ และเสียเครื่องบินไปอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนเอนเทอร์ไพรซ์นั้น เสียหายเพียงเล็กน้อย ทำให้เรือในขบวนบางลำต้องแยกออกไปซ่อม ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ส่วนเอนเทอร์ไพรซ์ก็นำไปใช้รบต่อจนกระทั่งนำไปซ่อมแซม ในวันที่ 25 เมษายน
เครื่องบินของกองทัพอากาศที่ 6 บนเรือเอนเทอร์ไพรซ์
ในช่วงยุทธการมิตเวย์
        ในยุทธการมิตเวย์ เอนเทอร์ไพรซ์ได้มุ่งหน้าไปทางใต้ จนมาถึงทะเลคอรัล ซึ่งมีการสู้รบกันอยู่ แต่พอเอนเทอร์ไพรซ์มาถึงสงครามก็จบพอดี ต่อจากนั้น ในตอนเช้าของวันที่ 4 มิถุนายน 1942 เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในยามเช้าที่มีเรือบรรทุกเครื่องบิน 4 ลำจากญี่ปุ่นบุกเข้ามา เอนเทอร์ไพรซ์มุ่งเข้าโจมตีเรือศัตรูโดยการส่งเครื่องบิน จนสามารถถล่มเรือบรรทุกเครื่องบิน คากะ และ อคากิ จมลงได้ ต่อจากนั้นในช่วงบ่ายกองบินผสมจาก เอนเทอร์ไพรซ์และยูเอสเอส ยอร์กทาวน์ ก็ถล่ม เรือบรรทุกเครื่องบิน เฮอร์ยุ จมลงไปอีกลำหนึ่ง (นอกจากนี้เครื่องบินจากยอร์กทาวน์ถล่มเรือบรรทุกเครื่องบิน ซอร์ยุ อีกด้วย) แต่ยอร์กทาวน์ ก็ไม่ได้มีโอกาสร่วมฉลองชัยชนะในศึกครั้งนี้เพราะ ได้จมลง พร้อมกับเรือเดรสทรอยเยอร์ฮัมมันน์ ซึ่งศึกในครั้งนี้ สหรัฐเสียเรือแค่ 2 ลำเพียงเท่านั้นเอง แต่เครื่องบินนั้นเสียไปมากกว่า 113 ลำ ถึงอย่างไรก็ตามญี่ปุ่นก็ถือว่าเสียมากกว่ามาก
        ในวันที่ 15 กรกฎาคม 1942 เอนเทอร์ไพรซ์ ไปที่แปซิฟิกใต้ ซึ่งมีกองกำลังขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นอยู่ตรงบริเวณนั้น จึงเกิดเป็นยุทธการโซโลมอนตะวันออก ซึ่งเอนเทอร์ไพรซ์เสียหายหนักสุด ในบรรดาเรือรบสหรัฐ จากการถูกทิ้งระเบิด 3 ลูก พลาดไป 4 ลูก ทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 77 นาย บาดเจ็บ 91 นายทำให้เรือต้องกลับไปที่ ฮาวายเพื่อไปซ่อม

การทิ้งระเบิดพลาด ในยุทธการเกาะซานตาครูซ
เมื่อวันที 26 ตุลาคม 1942
        เมื่อซ่อมเสร็จ ในวันที่ 16 ตุลาคม 1942 เอนเทอร์ไพรซ์ก็ได้เข้าร่วม ยุทธการเกาะซานตาครูซ เรือได้ส่งเครื่องบินโจมตีไปเข้าร่วมโจมตีกองกำลังญี่ปุ่น แต่เอนเทอร์ไพรซ์ ถูกโจมตีโดยระเบิดจากบอมเบอร์ถึง 2 ลูก ทำให้เรือเสียลูกเรือไป 44 คน และบาดเจ็บอีก 75 คน และเรือก็เสียหายพอสมควร แต่เรือยังคงใช้้สู้ต่อโดยไม่ถอยกลับไปซ่อม ซึ่งในขณะนั้นเองก็มีลูกเรือที่รอดชีวิตลอยคออยู่ในน้ำเป็นจำนวนมาก จึงได้เข้าไปช่วย หลังจากที่ ยูเอสเอส ฮอร์เนต ได้อัปปางลง นอกจากนี้ยังเสียเรือรบจำนวนมาก ทำให้ศึกครั้งนี้ ญี่ปุ่นเสียน้อยกว่า และเหลือเพียงเอนเทอร์ไพรซ์เพียงลำเดียวที่เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ยังใช้ได้อยู่ จนลูกเรือถึงกับกล่าวว่า "เอนเทอร์ไพรซ์ VS ญี่ปุ่น"
         หลังจากนั้นก็นำไปซ่อม และอัฟเกรด จนนำกลับไปใช้อีกครั้งในยุทธนาวีทะเลฟิลิปินส์ ซึ่งเป็นศึกเครื่องบินระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งใช้เวลารบเพียงวันเดียว (วันที่ 19-20 กรกฎาคม 1944) ญี่ปุ่นก็ต้องพ่ายแพ้ไป โดยที่เสียเรือบรรทุกอากาศยาน 3 ลำ เครื่องบินกว่า 500 ลำ และเรือรบอีก 6 ลำ ทั้งๆที่สหรัฐเสียเพียงแค่ เครื่องบิน 123 ลำ กับเรือประจัญบาน 1 ลำ ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ถือว่า เอนเทอร์ไพรซ์มีส่วนอย่างยิ่งเพราะเป็นฐานส่งเครื่องบินของกองเรือภาคพื้นแปซิฟิก

เอนเทอร์ไพรซ์หลังถูกโจมตีจาก คามิกาเซ่
ถ่ายจาก ยูเอสเอส วอชิงตัน

          ในวันที่ 22-24 ตุลาคม 1944 เกิดยุทธนาวีอ่าวเลย์เต ซึ่งเป็นยุทธนาวีครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 และใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เอนเทอร์ไพรซ์ วางแผนที่จะถล่มกลุ่มเรือทั้ง 3 กลุ่มของญี่ปุ่น โดยที่จะโจมตี เรือเดรสทรอยเยอร์ และเรือประจัญบาน ก่อนที่ศึกจะจบ พอเมื่อสงครามจบก็ไปซ่อมที่เพิร์ล ฮาเบอร์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 1944
       
 ในยุทธการโอะกินะวะ เอนเืทอร์ไพรซ์ก็กลับไปรบต่อแต่ครั้งนี้ เป็นศึกที่ญี่ปุ่นใช้ คามิกาเซ่ ทำให้ต้องถ่อยไป ออกจากโอะกินะวะ และยังคงมี คามิกาเซ่ ตามมาเรื่อยๆ เอนเทอร์ไพรซ์ จำต้องเปลี่ยนแผนโดยให้เครื่องบินรบบินรอบเรือเพื่อป้องกันคามิกาเซ่ หลังจากสงครามยุติ เรือก็ไปซ่อมที่ท่าเรือพูเจ็ตที่ วอชิงตัน  ก่อนที่จะไปรับทหารกว่า 10,000 คนกลับบ้้าน ซึ่งเป็นงานสุดท้ายของเรือ
เอนเทอร์ไพรซ์ ขณะรอเวลาสุดท้ายที่
จะทำลาย ที่ท่ารเืรือสหรัฐ , นิวยอร์ก
        วันสุดท้าย ของเรือนั้นคือการ ปิดการใช้งานของเรือ ซึ่งเป็นการปลดประจำการ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1946 และทำลายเรือลำนี้ ซึ่งก็มีการคัดค้านโดยเสนอ ให้เป็นพิพิทธภัณฑ์ แต่ก็ได้รับการปฎิเสธ จนในวันที่ 22 มิถุนายนเรือก็ถูกขายและนำไปแยกชิ้นส่วน เป็นการปิดตำนาน "บิ๊ก อี" ฉายาที่มือชื่อเสียงไปทั่วโลกตราบนานเท่านาน



ลักษณะจำเพาะ (ตอนที่สร้างมาแรกสุด)

  • ขนาด (ระวางขับน้ำ) : 25,500 ตัน
  • ความยาว : 230 เมตร
  • ความกว้าง : 33.38 เมตร
  • กินน้ำลึก : 7.92 เมตร
  • ความเร็วเต็มที่ : 32.5 น็อต (60.2 กม./ชม.)
  • บรรจุทหาร : 2,217 นาย , สูงสุด 5,828 นาย
  • บรรจุเครื่องบินสูงสุด 90 ลำ มาตราฐาน 70 ลำ
บลูปริ้น เอนเทอร์ไพรซ์ ซีวี6
อาวุธประจำ เอนเทอร์ไพรซ์
  • ปืนใหญ่ขนาด 5 นิ้ว/38 แคล 8 กระบอก
  • ปืนต่อต้านอากาศยานขนาด 1.1 นิ้ว/แคล 4 กระบอก
  • ปืนกล M2 บราวนิง (.50) 24 กระบอก

อ้างอิง






















2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ11 เมษายน 2557 14:24

    เรือลำนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของสหรัฐฯ ที่ได้ทำสงครามครั้งแรกกับญี่ปุ่น เขาอยู่มาตั้งแต่ปี 1938 ได้เป็นส่วนหนึ่งในยุทธการในแปซิฟิคตั้งแต่ส่วนใต้ถึงแปซิฟิคส่วนกลาง ทุกปฏิบัติการต้องมีเรือลำนี้เป็นส่วนหนึ่งทุกครั้ง มีเสืออากาศและนักบินที่เป็นตำนานจำนวนมาก เป็นเรือที่รอดมาได้จนกระทั่งได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์

    ตอบลบ
  2. เกี่ยวกับชื่อเรือบรรทุกเครื่องบินของญี่ปุ่น 4 ลำ ในยุทธการที่มิดเวย์ ผมคิดว่าชื่อที่ถูกต้องน่าจะเป็นดังนี้ 1. คางะ (Kaga) 2. อาคางิ (Akagi) 3. โซริว (Soryu) และ 4. ฮิริว (Hiryu) โดยออกเสียงตามธรรมเนียมการออกเสียงแบบญี่ปุ่นครับ

    ตอบลบ