Ads 468x60px

.

Sample Text

Sample text

Introduction

Social Icons

Blogroll

About

Blogger templates

Blogger news

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Dunkerque เรือหลวงลำแรกแห่งกองทัพฝรั่งเศส หลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

French battleship Dunkerque
เรือประจัญบานดันเคิร์ก
    น้อยคนนักที่จะรู้จักเรือประจัญบานของฝรั่งเศสในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพูดถึงเรือที่มีชื่อเสียงมากๆ ของฝรั่งเศส สำหรับคนที่เคยอ่านประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสแล้ว คงต้องยก เรือประจัญรีเชอรีเยอร์ มาเป็นลำดับหนึ่ง ส่วนเรือประจัญบานดันเคิร์กลำนี้ เห็นทีจะเป็นรองไปเลย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์ของเรือประจัญบานลำนี้ ก็ยังมีจุดเด่นที่สำคัญ คือ เป็นเรือหลวงลำแรกแห่งกองทัพฝรั่งเศส ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
      เรือประจัญบานดันเคิร์ก ( French battleship Dunkerque ) คือ เรือประจัญบานลำแรกและเป็นเรือเอกของชั้นดันเคิร์ก ( Dunkerque ) ซึ่งเป็นชั้นที่ประกอบด้วยเรือจำนวน 2 ลำ เพียงเท่านั้น โดยอีกลำ ชื่อว่า สตราสบูร์ก ( Strasbourg ) ซึ่งเป็นเรือที่มีอาวุธหนักมากกว่าเรือลำนี้เล็กน้อย
      เรือได้รับการต่อขึ้น เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 1932 โดยใช้นักออกแบบร่วมกันคิดร่วม 1 ศตวรรษ ในช่วงปี 1922 ที่ท่าเรือวอชิงตัน จนเสร็จเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1935 และรับคำสั่งปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1937
      ก่อนที่จะมาเป็นเรือลำนี้ ได้มีการออกแบบเรือออกเป็น 3 ชั้นได้แก่  Normandie class, Lyon class และชั้นนี้ แต่ 2 ชั้นที่กล่าวมาได้รับการยกเลิกในช่วงใกล้เข้าสู่สงครามเนื่องจากขาดงบประมาณ เหลือแต่เพียงชั้นนี้เป็นเพียงชั้นเดียว ที่ได้ไม่ถูกยกเลิก
      ดันเคิร์ก และ สตราสบูร์ก ทั้ง 2 ลำได้ประจำการอยู่ ที่กองเรือ 1 แห่งทัพฝรั่งเศส ( French Navy's 1ère Division de Ligne ) ก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีหน้าที่ค้นหา เรือพาณิชย์ของเยอรมันที่ลักลอบเข้ามา ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการของเยอรมัน ในการสืบข้อมูลของฝรั่งเศส ในช่วงไม่มีกี่เดือนก่อนเข้าสงคราม นอกจากนี้แล้ว ดันเคิร์ก ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันขบวนเรือสินค้าของฝรั่งเศส
      ในวันที่ 3 กรกฎาคม 1940 เรือประจัญดันเคิร์กได้เข้าร่วมยุทธนาวี เมอร์ส-เอล-เกบี ( Mers-el-Kébir ) ซึ่งในขณะนั้นฝรั่งเศสได้ขอสงบศึกกับนาซีเยอรมัน ( ภายหลังได้เปลี่ยนเป็น วีชี ) จึงเป็นเหตุให้อังกฤษกังวลถึงอำนาจทางทะเลที่มากเกินไป ทางฝั่งอังกฤษจึงเริ่มโจมตีใส่ฝั่งฝรั่งเศส ที่ เมอร์ส-เอล-เกบี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอัลจีเลีย โดยยุทธนาวีนี้ได้มีเรือหลวงของอังกฤษเข้าร่วมด้วยนั่นคือ เอชเอ็มเอส ฮู้ด ยุทธนาวีครั้งนี้ ได้ทำให้ฝรั่งเศสเสียหายเป็นอย่างมาก ด้วยการเสียเรือประจัญบานไป 1 ลำ เรือพิฆาตและเรือประจัญบานอื่นอีกๆ ล้วนเสียหาย รวมถึงลูกเรือเสียชีวิตถึงหลักพัน ส่วนฝั่งอังกฤษนั้นเสียหายน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับฝรั่งเศส ที่เสียลูกเรือ 2 นาย และเครื่องบิน 6 ลำ สำหรับ ดันเคิร์ก นั้นได้เสียหายเป็นอย่างมาก รวมถึงเสียลูกเรือไปถึง 210 นาย

ภาพเหตุการณ์จมเรือตัวเอง ที่เมืองตูลง
      ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 1942 ระหว่างรอซ่อมแซม ที่ตูลง ( Toulon ) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเมืองแห่งอู่เรือ และคลังแสงที่สำคัญของฝรั่งเศส เรือดันเคิร์กและเรือรบอีกหลายๆลำ ก็ได้ถูกจมลงภายหลังจากรัฐบาลวีชีของฝรั่งเศส ได้เห็นควรหลีกเลี่ยงที่จะ ไม่ให้เรือรบกับนาซีเยอรมัน จึงมีคำสั่งให้จมเรือรบของตัวเองทุกลำ โดยการใช้เรือดำน้ำ เป็นเหตุให้เรือรบ 85 ลำถูกทำลาย และเรือ 39 ลำที่รอดออกมาได้ ก็ถูกเยอรมันเข้ายึดไป นอกจาก ดันเคิร์ก จะจมแล้วยังมีเรือประจัญบานสตราสบูร์ก ที่จมลงไปอีกลำด้วย นับเป็นการปิดฉากเรือชั้นดันเคิร์กทั้ง 2 ลำ ไปโดยปริยาย.

ลักษณะจำเพาะ

  • ขนาด (ระวางขับน้ำ) : 26,500 ตัน
  • ความยาว : 214.5 เมตร
  • ความกว้าง : 31.08 เมตร
  • กินน้ำลึก : 8.7 เมตร
  • ความเร็วเต็มที่ : 29.5 น็อต (54.6 กม./ชม.)
  • บรรจุทหาร : 1381–1,431 นาย  

 
บลูปริ้น ดันเคิร์ก
 
อาวุธประจำ ดันเคิร์ก 

  • ปืนใหญ่ขนาด 330 มม.(13 นิ้ว) ชนิด 4 กระบอก จำนวน 2 ป้อม
  • ปืนใหญ่ขนาด 130 มม. (5.1 นิ้ว) 16 กระบอก
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานขนาด 37 มม. (1.5 นิ้ว) 8 กระบอก
  • ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานขนาด 13.2 มม. (0.52 นิ้ว) 32 กระบอก

อ้างอิง
  





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น